วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนครั้งที่12

บันทึกการเรียนประจำวันที่ 3 เมษายน 2558


                                        บันทึกการเรีียนครั้งที่ 12

ความรู้ที่ได้

                                                      แผนการสอน




ขั้นตอนการออกแบบกิจกรรม
1. ศึกษาสาระที่ควรเรียนรู้
2. วิเคราะห์เนื้อหา
3. ศึกษาประสบการณ์สำคัญ
4. บูรณาการสาระคณิตศาสตร์

5. ออกแบบกิจกรรม



                                            my mapping เรื่อง กล้วย










ทักษะ
อาจารย์ให้วิเคราะห์คำถาม
ให้นักศึกษาระดมความคิดและทำงานเป็นกลุ่ม
ให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นและเขียนแผนผังความคิดเป็น

วิธีสอน

ใช้การบรรยายประกอบ Power point มีกิจกรรมและยกตัวอย่างประกอบในการเรียนการสอน ให้นักศึกษาได้ลงมือปฎิบัติจริงในการออกแบบกิจกรรม

ประเมินสภาพห้องเรียน

ห้องเรียนสะอาด โต๊ะเก้าอี้ อยู่ในสภาพดี มีจำนวนเพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน  อุปกรณ์ในห้องเรียนสะดวกต่อการใช้งาน

ประเมินตนเอง

มาเรียนตรงเวลา แต่งกายมาเรียนถูกระเบียบเรียบร้อย

ประเมินเพื่อน

เพื่อนมาเรียนตรงเวลา ให้ความร่วมมือดีมากในการทำกิจกรรมต่างๆ

ประเมินอาจารย์

อาจารย์มาสอนและปล่อยตรงเวลา มีการเตรียมตัวมาสอนเป็นอย่างดี







บันทึกการเนียนครั้งที่11

บันทึกการเรียนประจำวันพุธที่ 25 มีนาคม 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 11


ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน

 
การนำเสนอหน้าชั้นเรียน
    เรียนอาจารย์ที่เคารพ และสวัสดีเพื่อนๆทุกคน
    แนะนำสมาชิก เช่น ทางด้านซ้าสุดชื่อ.... ถัดมา ถัดมา 
พูดให้เสียงดังชัดเจน คำควบกล้ำ การออกเสียง ร.เรือ ล.ลิง ให้ชัดเจน

การแต่งคำคล้องจอง
    ควรที่จะมีการสัมผัสกันระหว่างบทเพื่อความไพเราะ

ทักษะ
นำเสนองานที่ได้รับมอบหมาย 
กรอบมาตรฐานคณิตศาสตร์ สาระที่ 4 พีชคณิต 
นิทานพีชคณิต
คำคล้องจองพีชคณิต

             1 2 3 1 2 3 _ _
     เลข 1 2 3        แล้วตามด้วย 1
 2 3 มาถึง              เลข 1 อีกหน
      1 2 แล้ว 3        เรียงงามน่ายล
ลองนับอีกกหน     น่าค้นหาเอย

นิทานพีชคณิต

ปริศนาคำ


 วิธีการสอน

ถาม-ตอบ ให้ผู้เรียนได้ตอบคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่มีความสมบูรณ์  เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน 
ระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา แนะนำการนำเสนอ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้เรียน


ประเมินสภาพในห้องเรียน
รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง 

 ประเมินตนเอง
 -  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ขาดความมั่นใจในการนำเสนอ
 ประเมินเพื่อน   
-  มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ เสนอความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
 ประเมินอาจารย์
 - การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ มีกิจกรรมต่างๆให้ทำอย่างสนุกสนานและเข้าใจในเรื่องนั้นๆเพิ่มยิ่งขึ้น 
  

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10

บันทึกการเรียนประจำวัน ศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2558

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10



สิ่งที่ได้รับมอบหมาย



อาจารย์ให้เเบ่งกลุ่ม 8 กลุ่ม

ตามสาระเเละมาตรฐานคณิตศาสตร์

สาระที่ 1จำนวนเเละการดำเนินการ

สาระที่ 2การวัด

สาระที่ 3เรขาคณิต

สาระที่4พีชคณิต

สาระที่5การวิเคราะห์ข้อมูลเเละความน่าจะเป็น

สาระที่ 6 ทักษะเเละกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์
เเละเลือกมา 1 สาระที่จะต้องทำ

โดยแต่ละกลุ่ม ต้องทำ 3 หัวข้อ

1.นิทาน

2.คำคล้องจอง

3.ปริศนาคำทาย

บันทึกการเรีียนครั้งที่ 9

บันทึกประจำวันศุกร์ที่ 13 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2558

                                                              บันทึกครั้งที่ 9


ความรู้ได้รับ


อาจารย์ให้ทำกิจกรรมเลือกผลไม้ที่ชอบมา 2 อย่างเพื่อเลือกสิ่งที่มากที่สุดมีมะพร้าวกับส้มโอที่มีคนชอบมากที่สุดหลังจากนั้นก็มาวิเคราะห์เเละสังเคราะห์ว่าสิ่งไหนที่เหมือนกันบ้าง

น.ส. ประภัสสร สีหบุตร เลขที่ 22 นำเสนอวิจัย
ชื่อการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ด้วยใช้ศิลปะต่างมาประยุกต์ใช้กับเด็กปฐมวัย
1.ศิลปะยํ้าเพื่อยํ้าการเรียนรู้โดยให้เด็กระบายสีในรูปที่เรียน
2.ศิลปะท้ายโยง โดยการวาดภาพเหมื่อนของจริง เช่นคุณครูนำรูปแอบเปิ้ลมาให้เด็กๆวาด
4.ศิลปะเปรียบเเบบ การบีบเปลือกไข่เป็นชิ้นเล็กๆ
5.ศิลปะบูรณาการ นำความรู้ที่ได้มาเปรียบเทียบ
6.ศิลปะค้นหา หาความงามจากศิลปะ
ผล เด็กมีพัฒนาการดีขั้นก่อนการทดลองเนื่องจากการจัดกิจกรรมโดยใช้ 4 ขั้นตอน 
1.กระตุ้น ใช้เทคนิคการใช้คำถาม
2.กรองสู่มโนทรรศนำของจริงมาให้เด็กดู
 3.การพัฒนาด้วยศิลปะ  นำกิจกรรมศิลปะมาให้เด็กทำ
4.สรุปสาระสำคัญ ดูพฤติกรรมหลังเเละก่อน

น.ส.มาศสุภา วงษ์สันต์ เลขที่ 24 นำเสนอวิจัย
เรื่องพัฒนาความพร้อมคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยการใช้เพลง
การพัฒนาเด็กมีความสำคัญมากต่อการพัฒนาสติปัญญามีเพลงที่สอนเนื้อหาเกี่่ยวกับคณิตศาสตร์โดยการใช้เด็กอนุบาล1 วิธีการดำเนินงาน
1.เปิดเพลงคณิต
2.เคลื่อนไหวพร้อมเพลง
3.สร้างกติกาในการเล่นเกม
4.ช่วงเด็กทำกิจกรรมอื่นครูจะเปิดเพลงเนื้อยํ้าเด็กเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ได้ง่าย
5.จัดกิจกรรมคณิตศาสตร์สัปดาห์ละ2ครั้ง
โดยเปลี่ยนเพลงไปเรื่อย
สรุป หลังจากการใช้เพลงคณิตศาสตร์เด็กได้รู้เกี่ยวกับ สูง ตํ่า สั้น ยาว การนับจำนวน เด็กมีการเรียนรู้ได้เร็วโดยผ่านเสียงเพลง


ทักษะ
มีการร้องเพลง 
ให้นักศึกษา เลือกผลไม้ที่ชอบร้อมกบติดป้ายชื่อ
วิธีการสอน
มีการบรรยายโดยการใช้ power  point
มีการใช้ในการสอนเพื่อให้ นักศึกษาได้คิด


ประเมินสภาพห้องเรียน

บรรยากาศเย็นสบายเอื้ออำนวยต่อการเรียนอุปกรณ์ในการสอนสะดวกพร้อมใช้งาน

ประเมินตนเอง

มาเรียนตรงเวลา ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมในห้องเรียน 

ประเมินเพื่อน

-  เพื่อนมาเรียนตรงวลาพร้อมเพรียง ตั้งใจเรียน 

ประเมินอาจารย์

เข้าสอนตรงเวลา มีกิจกรรมใหม่ๆมาให้ทำตลอด  เตรียมตัวในการสอนมาดี


กิจกรรมในห้องเรียน






บันทึกการเรียนครั้งที่ 8

บันทึกการเรียนประจำวันที่ 6 มีนาคม 2558

บันทึกการเรียนครั้งที่ 8
  

       

  การสอนแบบโครงการ (Project  Approach)

     โครงการ คือ การสืบค้นข้อมูลอย่างลึกตามหัวเรื่องที่เด็กสนใจควรเเก่การเรียนรู้จุดประสงค์ของโครงการ คือ การเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อมากกว่าการเสาะเเสวงหาคำตอบที่ถูกต้อง
    

     วิธีจัดการเรียนการสอนมี ระยะ คือ
    
          ระยะที่ 1 เริ่มต้นโครงการ เด็กจะร่วมกันคิดเรื่องที่สนใจ
        ระยะที่ 2 ระยะวางแผนโครงการ เป็นช่วงเวลาที่กำหนดจุดประสงค์ว่าต้องการเรียนรู้อะไร กำหนดขอบเขตเนื้อหา ระยะเวลาและวิธีการศึกษา
        ระยะที่ 3 ดำเนินโครงการตามที่กำหนดไว้ ที่เน้นระบวนการแก้ปัญหา จัดเป็นหัวใจของการสอนแบบโครงการ เพราะเด็กจะได้รับข้อมูลใหม่จากประสบการณ์ตรงหรือเป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานเพราะเด็กได้สนทนา พูดคุยกับบุคคล และสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ ขณะเดียวกันเด็กสามารถค้นความรู้จากแหล่งข้อมูลรอง (Secondary Sources) เช่น การดูวีดีทัศน์ การอ่านหนังสือ เป็นต้น
       ระยะที่ 4 สรุปโครงการ ครูและเด็กร่วมวางแผนสรุปโครงการ เป็นขั้นตอนการประเมินโครงการ ทบทวนการปฏิบัติ และวางแผนโครงการใหม่ วิธีการสรุปโครงการอาจจะให้เด็กนำผลงานที่ได้รับมอบหมายมาแสดงต่อครูแล้วอภิปรายประเด็นปัญหา หรือให้เด็กนำเสนอผลงาน ในรูปของการจัดแสดง จัดเป็นนิทรรศการ หรือสาธิตผลงาน


ประโยชน์
       · เด็กจะได้เ้ห็นคุณค่าในตัวเอง เป็นเเนวทางให้เด็กได้พึ่งตนเองได้
      · เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง อย่างมีความสุข สนุกสนานเพราะเด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองชอบ
     · ส่งเสริมให้เด็กได้มีการทำงานอย่างมีเเบบแผน        
     · สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตจริง

การสอนเเบบมอนเตสเซอรี

  วิธีการจัดการเรียนการสอน
 เน้นการเรียนรู้ตามลำดับขั้น ไม่ต้องการให้เด็กลองผิดลองถูก สร้างสมาธิ ความมั่นใจ ครูสามารถวินิจฉัยและแก้ปัญหาการเรียนรู้ของเด็กได้ โดยสาธิตและฝึกให้เด็กเรียนรู้และตัดสินใจด้วยตนเอง
  การเตรียม    = ครูเตรียมอุปกรณ์การศึกษาเด็กสามารถเข้าเรียนแบบคละอายุได้
  การดำเนินการ = ขั้นนำ เด็กเลือกอุปกรณ์การศึกษาตามความสนใจ ,ขั้นสอน 
  ครูสาธิตให้เด็กดู 
  ขั้นนสรุป ครูให้เด็กเก็บอุปกรณ์ ครูบันทึกความรู้ ครูบันทึกรายการอุปกรณ์

    ประโยชน์

· มีพัฒนาการทุกด้านเต็มตามศักยภาพ
· มีระเบียบวินัย
·มีสมาธิในการทำงานรักความสงบ
· ควบคุมตนเองและพึ่งพาตนเองได้
· ทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น
· รู้สิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น 
· มีมารยาทตามวัฒนธรรมที่ตนอาศัยอยู่
· รักอิสระและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
· รักสิ่งแวดล้อม



การสอนเเบบ STEM


   STEM คือการเรียนรู้

      วิชาวิทยาศาสตร์(Science)
      เทคโนโลยี (Technology)
      วิศวกรรมศาสตร์(Engineering)
      คณิตศาสตร์ (Mathematics) 
      ซึ่งล้วนเป็นวิชาที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีความรู้ความสามารถที่จะดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในโลกศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความเป็นโลกาภิวัฒน์ ตั้งอยู่บนฐานความรู้และเต็มไปด้วยเทคโนโลยี อีกทั้งวิชาทั้งสี่เป็นวิชาทีมีความสำคัญอย่างมากกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และ ความมั่นคงของประเทศ

การสอนเเบบสมองเป็นฐาน

      BBL (Brain-based Learning) คือการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการของสมองแต่ละช่วงวัย เป็นการนำองค์ความรู้เรื่องสมองมาใช้เป็นฐานในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้

    ทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน 12 ข้อ ดังต่อไปนี้
     1)สมองเป็นกระบวนการคู่ขนาน    
     2)สมองกับการเรียนรู้  
     3)การเรียนรู้มีมาแต่กำเนิด
    4)รูปแบบการเรียนรู้ของบุคคล 
    5) ความสนใจมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ 
    6)สมองมีหน้าที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ 
    7)การเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจสามารถรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
    8)การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทั้งแบบที่มีจุดมุ่งหมายและไม่ได้ตั้งใจ  
    9)การเรียนรู้ที่เกิดจากกระบวนการสร้างความเข้าใจ 
   10)การเรียนรู้เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น 
   11)ส่งเสริมให้ผู้เรียนเผชิญกับสถานการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ 
   12)สมองของบุคคลมีความเท่าเทียมกัน

       กิจกรรมในห้องเรียน


เกณฑ์การแบ่งกลุ่ม
1 - 5       กลุ่มสตอเบอรี่
6 - 10     กลุ่มเชอรี่
11 - 15   กลุ่มแอปเปิล
15 - 20   กลุ่มลิ้นจี่
21 - 25   กลุ่มมะม่วง
วิธีดำเนินการ
   นำป้ายชื่อมาติด>>พิจารณาเกณฑ์การแบ่ง>>เลือกกลุ่ม>>นับจำนวนคนทั้งหมดที่มาเรียน>>นับจำนวนป้ายทั้งหมด>> นำเสนอด้วยภาพและสัญลักษณ์


ประเมินสภาพห้องเรียน

-   บรรยากาศเย็นสบายเอื้ออำนวยต่อการเรียน  อุปกรณ์ในการสอนสะดวกพร้อมใช้งาน

ประเมินตนเอง

มาเรียนตรงเวลา ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมในห้องเรียน มีการคิด         วิคราะห์อยู่ตลอดเวลา

ประเมินเพื่อน

- เพื่อนมีการคุยกันเสียงดังบ้าง ไม่ตั้งใจฟังอาจารย์สอน เข้าเรียนสาย

ประเมินอาจารย์


- เข้าสอนตรงเวลา มีกิจกรรมใหม่ๆมาให้ทำตลอด ไม่ว่าจะเป็นการต่อรูปทรงการแต่งเพลงร่วมกันในห้องเรียน ทำให้ในการเรียนไม่น่าเบื่อ
     

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 7

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 7
                  ประจำวันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558

ความรู้ที่ได้รับ
ได้รู้จักขั้นตอนวิธีการสอนที่ให้เด็กได้ลงมือทำและได้คิดวิเคราะห์เอง
*การสอนแบบขั้นตอน คือ การสอนแบบสาธิต* 

                                       เพลง นับนิ้วมือ

        นี้คือนิ้วมือของฉัน                   มือฉันนั้นมีสิบนิ้ว
        มือซ้ายฉันมีห้านิ้ว                   มือขวาก็มีห้านิ้ว
        นับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า         นับต่อมา หก เจ็ด แปด เก้า สิบ
        นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ                  นับหนึ่งถึงสิบจำให้ขึ้นใจ

รูปแบบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบโครงการ
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบสมองเป็นฐาน
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบSTEM
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบมอนเตสซอรี่
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบเดินเรื่อง

วันนี้พูดถึงการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ การบูรณาการ คือ การผสมผสานศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกัน
ส่วนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ คือ กระบวนการจัดประสบการณ์ตามความสนใจ ความสามารถ โดยเชื่อมโยงเนื้อหาสาระศาสตร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ความสำคัญ
1. ใช้ในชีวิตจริง ในชีวิตประจำวันสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับศาสตร์ต่างๆผสมผสานกัน
2. ทำให้เกิดความสัมพันธ์ความคิดรวบยอดของศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกันทำให้เกิดการถ่ายโอนประสบการณ์
3. ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหารายวิชาต่างๆ
4. ตอบสนองความสามารถในหลายๆด้าน
5. สอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน

**ถ้าเด็กไม่ชอบคณิตศาสตร์จะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง **
  จะทำให้ตัวเด็กดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างลำบากเพราะคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตจริงและใช้ในชีวิตประจำวันทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราต่างเป็นคณิตศาสตร์ทั้งนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่มีอะไรที่ไม่เป็นคณิตศาสตร์

ทักษะ
อาจารย์ให้นักศึกษานำป้ายชื่อมาติดตรงตารางเวลามาเรียนตามที่กำหนดให้พร้อมวาดรูปนาฬิกาและเขียนเวลากำกับด้วยและระดมความคิดเกี่ยวกับสาระที่ควรรู้ สิ่งรอบตัวเด็กทำเป็นมายแม็ปปิ่ง

วิธีการสอน
สอนโดยให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติทำจริง บรรยายมีการใช้คำถามให้ได้คิดวิเคราะห์ ระดมสมองออกความคิดเห็น มี Power point ประกอบการบรรยาย

ประเมินห้องเรียน
ห้องเรียนสะอาด กว้าง โต๊ะไม่ชำรุด มีโต๊ะเพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน อากาศเย็น

ประเมินตนเอง
มาเรียนตรงเวลามีน้ำใจช่วยอาจารย์ถือของตั้งใจเรียนและฟังขณะที่อาจารย์กำลังสอน

ประเมินเพื่อน
เพื่อนมาเรียนตรงเวลาแต่งกายถูกระเบียบตั้งใจฟังเวลาที่อาจารย์กำลังสอน

ประเมินอาจารย์
อาจารย์มาสอนตรงเวลาแต่กายได้เหมาะสมสอนโดยอธิบายเนื้อหาอย่างละเอียดมีการยกตัวอย่างประกอบที่เข้าใจง่ายและปล่อยตรงเวลา